คณะการบริการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต

 
   
 

คณะการบริการและการท่องเที่ยว

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
 
 

 

 

 

ปริญญาตรี

 

 

 

คำถามที่พบบ่อย

สำหรับนักศึกษารหัส 59 ขึ้นไป

 

ารลาพักการศึกษา ถานภาพนักศึกษา
ทลงโทษการทุจริตสอบ ารพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
ารสำเร็จการศึกษา ะแนนโทอิคและรายวิชาภาษาอังกฤษ
ารฝึกปฏิบัติงาน ารโอนรายวิชา
ารลงทะเบียน ารย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา
ารลาออก ารโอนย้ายจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น
ารลาป่วยหรือลากิจ ารถอนรายวิชา

หมายเหตุ: คำถามที่พบบ่อยสำหรับนักศึกษารหัส 49-58 สามารถดาวโหลดได้ที่นี่

 

 

 

 

การลาพักการศึกษา

 

1 Q: สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการลาพักการศึกษา มีดังนี้
A: การลาพักการศึกษาเป็นการลาพักทั้งภาคการศึกษา และถ้าได้ลงทะเบียนไปแล้ว เป็นการยกเลิกการลงทะเบียนเรียน โดยรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนทั้งหมดในภาคการศึกษานั้น จะไม่ปรากฏในใบแสดงผลการศึกษา
การลาพักการศึกษา จะลาพักเกิน 3 ภาคการศึกษาติดต่อกันไม่ได้ และในสามภาคการศึกษาแรกที่ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะลาพักการศึกษาไม่ได้ เว้นแต่กรณีที่ป่วย หรือถูกเกณฑ์หรือระดมเข้ารับราชการทหารกองประจำการ และหรือได้ รับทุนต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยเห็นว่าเป็นประโยชน์กับนักศึกษา ในการลาป่วยและการลาพักการศึกษาเนื่องจากป่วย นักศึกษาต้องแสดงใบรับรองแพทย์ด้วยทุกครั้ง
 
2 Q: การขอลาพักต้องทำอย่างไร?
A: การขอลาพักการศึกษา สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC นักศึกษาต้องยื่นคำร้องขอลาพักการศึกษาภายใน 30 วัน ที่งานทะเบียนกลาง นับจากวันเปิดภาคการศึกษานั้น
หากไม่ปฏิบัติดังกล่าว มหาวิทยาลัยจะถอนชื่อนักศึกษาผู้นั้นออกจากทะเบียนนักศึกษา พร้อมให้แสดงเหตุผลความจำเป็นพร้อมกับมีหนังสือรับรองของผู้ปกครอง ผ่านอาจารย์ที่ปรึกษา การลาพักการศึกษาต้องได้รับการอนุมัติจากคณบดี นักศึกษาจะต้องชำระค่ารักษาสถานภาพนักศึกษาทุกภาคการศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้ลาพัก ตามอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนด ยกเว้นภาคการศึกษาที่ได้ลงทะเบียนเรียนไปก่อนแล้ว

 

 

 

การสำเร็จการศึกษา

 

1 Q: สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาและการอนุมัติให้ปริญญา
A: นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญา ต้อง ได้ศึกษาและผ่านการวัดและประเมินผลรายวิชาต่างๆ ครบถ้วนตามหลักสูตรและข้อกำหนดของสาขาวิชาที่จะรับปริญญา โดยไม่มีรายวิชาใดที่ได้สัญลักษณ์ I หรือ R ค้างอยู่ ทั้งนี้นับรวมถึงรายวิชาที่ได้รับการเทียบโอนและที่รับโอน และนักศึกษาจะต้องผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อพัฒนานักศึกษาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดด้วยยังมีสถานภาพเป็นนักศึกษาอยู่และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
หากเป็นนักศึกษาที่โอนย้ายมาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น จะต้องศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยอย่างน้อยหนึ่งปีการศึกษา ระยะเวลาการสำเร็จการศึกษา หลักสูตร 4 ปี สำเร็จการศึกษาได้ไม่ก่อน 6 ภาคการศึกษา ทั้งนี้ยกเว้นนักศึกษาที่ได้รับการเทียบโอน หรือรับโอนรายวิชา
 
2 Q: นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต้องมีเงื่อนไขอย่างไร?
A: นักศึกษาจะต้องได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป ไม่เคยได้ระดับคะแนนต่ำกว่า 2.00 หรือสัญลักษณ์ F หรือ U ในรายวิชาใดๆ ใช้เวลาศึกษาไม่เกินจำนวนปีการศึกษาต่อเนื่องกันตามแผนการศึกษาของสาขาวิชาที่จะได้รับปริญญา
 
3 Q: นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสอง ต้องมีเงื่อนไขอย่างไร?
A: นักศึกษาจะต้องได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 3.25 ขึ้นไป แต่เป็นผู้ไม่มีสิทธิ์ได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ไม่เคยได้ระดับคะแนนต่ำกว่า 2.00 ในรายวิชาเอกใดๆของหลักสูตรสาขา วิชานั้น ไม่เคยได้ระดับคะแนน E หรือสัญลักษณ์ F หรือ U ในรายวิชาใดๆ ใช้เวลาศึกษาไม่เกินจำนวนปีการศึกษาต่อเนื่องกันตามแผนการศึกษาของสาขาวิชาที่จะได้รับปริญญา

 

 

 

บทลงโทษการทุจริตสอบ

 

1 Q: สิ่งที่ควรจะรู้เกี่ยวกับบทลงโทษของการทุจริตสอบ
A:

เมื่อมีการตรวจพบว่านักศึกษาทุจริตในการวัดผล เช่น การสอบรายวิชาใด ให้ผู้ที่รับผิดชอบการวัดผลครั้งนั้น หรือผู้ควบคุมการสอบ รายงานการทุจริตพร้อมส่งหลักฐานการทุจริตไปยังคณะตลอดจนแจ้งให้อาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้นทราบ และให้คณะกรรมการดำเนินงานวินัยนักศึกษาที่นักศึกษาผู้นั้นสังกัด พิจารณาโทษแล้วเสนอต่อมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการต่อไป โดยให้นักศึกษาที่ทุจริตในการวัดผลดังกล่าว ได้ระดับคะแนน E หรือสัญลักษณ์ F หรือ U ในรายวิชานั้น พร้อมทั้งภาคทัณฑ์ไว้ตลอดการมีสภาพเป็นนักศึกษา และถ้าหากมีความผิดร้ายแรงก็อาจพิจารณาโทษทางวินัยประการหนึ่งประการใด หรือหลายประการได้อีกดังนี้


- ให้พักการศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งภาคการศึกษา
- ให้ได้ระดับคะแนน E หรือสัญลักษณ์ F หรือ U ทุกรายวิชาที่ได้ลง ทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้น
- ให้ออก
- ไล่ออก

 

 

 

การฝึกปฏิบัติงาน

 

1 Q: ข้อแนะนำการลงทะเบียนรายวิชาฝึกปฏิบัติงานสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนติดสถานะ
A: นักศึกษาที่มีผลการเรียนติดสถานะจะต้องมาพบอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนลงทะเบียนรายวิชาฝึกปฏิบัติงาน เพื่อพูดคุยปรึกษาและทำการจำลองเกรดก่อน ซึ่งจะได้ไม่มีปัญหากระทบกับการฝึกปฏิบัติงานเมื่อเกรดออก

 

 

 

การลงทะเบียน

 

1 Q: นักศึกษาสามารถลงทะเบียนได้ช้าที่สุดถึงเมื่อใด?
A: ขอให้นักศึกษาลงทะเบียนตามวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถลงทะเบียนได้ตามวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด นักศึกษาสามารถลงทะเบียนได้ช้าที่สุดจนถึงสัปดาห์แรกนับจากวันเปิดภาคการศึกษา หลังจากนั้นจะหมดสิทธิ์ในการลงทะเบียนเรียนสำหรับภาคการศึกษานั้น
 
2 Q: นักศึกษาสามารถลงทะเบียนได้กี่หน่วยกิตต่อภาคการศึกษา?
A: นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนไม่ต่ำกว่า 3 หน่วยกิตและ ไม่เกิน 22 หน่วยกิต ยกเว้นนักศึกษาในภาวะรอพินิจและนักศึกษาในภาวะวิกฤต ต้องลงทะเบียนเรียนไม่เกิน 16 หน่วยกิต
 
3 Q: นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มจนมีจำนวนหน่วยกิตสูงกว่าหรือการถอนการลงทะเบียนรายวิชาจนเหลือจำนวนหน่วยกิตต่ำกว่าที่กำหนด ได้หรือไม่?
A: การลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มจนมีจำนวนหน่วยกิตสูงกว่าหรือการถอนการลงทะเบียนรายวิชา จนเหลือจำนวนหน่วยกิตต่ำกว่าที่มหาวิทยาลัยกำหนดจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากคณบดี มิฉะนั้นจะถือว่าการลงทะเบียนเรียนดังกล่าวเป็นโมฆะ
 
4 Q: นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มได้ถึงช่วงไหน?
A: การลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ต้องกระทำภายในสัปดาห์แรกของภาคการศึกษา

 

 

 

การลาออก

 

1 Q: การขอลาออกต้องทำอย่างไร?
A: การลาออก สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลางพร้อมหนังสือรับรองของผู้ปกครองผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขออนุมัติต่ออธิการบดี ผู้ที่จะได้รับการอนุมัติให้ลาออกได้ต้องไม่มีหนี้สินกับมหาวิทยาลัย

 

 

 

การลาป่วยหรือลากิจ

 

1 Q: นักศึกษาจะต้องทำอย่างไรหากต้องการลาป่วยหรือลากิจ?
A: การลาป่วยหรือลากิจ ลาไม่เกิน 7 วัน ในระหว่างเปิดภาคการศึกษา ต้องส่งจดหมายลาเพื่อรับการอนุมัติจากอาจารย์ผู้สอนและแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาทราบ ถ้าเกิน 7 วัน ต้องได้รับการอนุมัติจากคณบดี โดยผ่านอาจารย์ที่ปรึกษา สำหรับงานหรือการสอบที่นักศึกษาได้ขาดไปในช่วงเวลานั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของอาจารย์ผู้สอนซึ่งอาจจะอนุญาตให้ปฏิบัติงานหรือสอบทดแทน หรือยกเว้นได้
 
2 Q: หากนักศึกษาป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถเข้าสอบไล่ได้ต้องทำอย่างไร?
A: ในกรณีที่ป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัย ทำให้ไม่สามารถเข้าสอบไล่ได้ นักศึกษาต้องขอผ่อนผันการสอบไล่ต่อคณะภายในวันถัดไปหลังจากที่มีการสอบไล่รายวิชานั้นเว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง
หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC นักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง และคณะกรรมการประจำคณะเป็นผู้พิจารณาการขอผ่อนผันดังกล่าว โดยอาจอนุมัติให้ได้สัญลักษณ์ I หรือให้ยกเลิกการลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นเป็นกรณีพิเศษ โดยให้ได้สัญลักษณ์ W หรือไม่อนุมัติการขอผ่อนผัน โดยให้ถือว่าขาดสอบก็ได้

 

 

 

สถานภาพนักศึกษา

 

1 Q: สถานภาพนักศึกษามีกี่ประเภท
A: 3 ประเภท คือ 1. นักศึกษาปกติ 2. นักศึกษาในภาวะวิกฤต 3. นักศึกษาในภาวะรอพินิจ
 
2 Q: นักศึกษาปกติ คืออะไร?
A: นักศึกษาปกติ คือ นักศึกษาที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป
 
3 Q: นักศึกษาในภาวะวิกฤต คืออะไร?
A: นักศึกษาในภาวะวิกฤต คือ นักศึกษาที่ได้รับแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 1.00-1.99 ในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
 
4 Q: นักศึกษาในภาวะรอพินิจ คืออะไร?
A: นักศึกษาในภาวะรอพินิจ คือ นักศึกษาที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00
 
5 Q: นักศึกษาในภาวะรอพินิจมีกี่ประเภท? อธิบาย
A:

นักศึกษาในภาวะรอพินิจ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้


1. นักศึกษาที่ได้ศึกษาในมหาวิทยาลัยครบ 2 ภาคการศึกษาแล้ว และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมในภาคการศึกษาที่สอง ตั้งแต่ 1.25 แต่ไม่ถึง 2.00 หรือนักศึกษาปกติที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 1.50 แต่ไม่ถึง 2.00 ในภาคการศึกษาถัดไป จะได้รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 1


2. นักศึกษาที่อยู่ในภาวะรอพินิจครั้งที่ 1 ที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ตั้งแต่ 1.70 แต่ไม่ถึง 2.00 ในภาคการศึกษาถัดไป จะได้รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 2


3. นักศึกษาที่อยู่ในภาวะรอพินิจครั้งที่ 2 ที่ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 1.90 แต่ไม่ถึง 2.00 ในภาคการศึกษาถัดไป จะได้รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 3

 

 

 

การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

 

1 Q: สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
A: การพ้นจากสภาพนักศึกษา มีดังนี้

 

1. ตายหรือลาออก

2. ถูกให้ออก หรือไล่ออก เนื่องจากต้องโทษทางวินัย

3. ไม่ได้ลงทะเบียนเรียนภายใน 30 วัน นับจากวันเปิดภาคการศึกษา โดยมิได้รับการอนุมัติให้ลาพักการศึกษา

4. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.00 ในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ไม่นับภาคการศึกษาที่ลาพัก หรือถูกให้พัก

5. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.25 ในภาคการศึกษาที่สองที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ไม่นับภาคการศึกษาที่ลาพักหรือถูกให้พัก

6. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50 ยกเว้นนักศึกษาที่เริ่มเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยในสองภาคการศึกษาแรก

7. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.70 ในภาคการศึกษาถัดไป หลังจากได้ รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 1

8. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.90 ในภาคการศึกษาถัดไป หลังจากได้ รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 2

9. ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00 ในภาคการศึกษาถัดไป หลังจากได้ รับภาวะรอพินิจครั้งที่ 3

10. ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมาแล้ว เป็นระยะเวลาเกิน 8 ปีการศึกษาต่อเนื่องกันที่ได้กำหนดไว้ในแผนกำหนดการศึกษาของสาขาวิชาที่ศึกษาอยู่ สำหรับนักศึกษาที่รับโอนให้นับเวลาที่เคยศึกษาอยู่ในสถาบันเดิมรวมเข้าด้วย

 

 

 

คะแนนโทอิคและรายวิชาภาษาอังกฤษ

 

1 Q: นักศึกษาต้องมีผลการสอบ TOEIC เท่าไหร่จึงจะขอสำเร็จการศึกษาได้
A: นักศึกษาจะต้องได้คะแนน TOEIC 630 คะแนน จึงจะขอสำเร็จการศึกษาได้
 
2 Q: การสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีสำหรับนักศึกษารหัส 49XXXXXXXX-58XXXXXXXX ของคณะการบริการและการท่องเที่ยว ที่มีผลการสอบ TOEIC ไม่ถึง 630 คะแนน ต้องทำอย่างไร?
A: 1. นักศึกษาที่ได้คะแนน TOEIC 500 คะแนน ให้ลงทะเบียนเรียน 2 วิชา คือ 811-301 Intermediate English for Hospitality and Tourism และ 811-302 Advanced Conversational English นอกเหนือจากรายวิชาภาษาอังกฤษตามหลักสูตร โดยได้รับระดับคะแนนของทั้งสองวิชาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 จึงจะถือว่าสามารถใช้ประกอบการสำเร็จการศึกษาได้

2. นักศึกษาที่ได้คะแนน TOEIC 550 คะแนนขึ้นไป ให้ลงทะเบียนเรียน 1 วิชา คือ 811-302 Advanced Conversational English นอกเหนือจากรายวิชาภาษาอังกฤษตามหลักสูตร โดยได้รับระดับคะแนนไม่ต่ำกว่า 3.00 จึงจะถือว่าสามารถใช้ประกอบการสำเร็จการศึกษาได้

3. เงื่อนไขนี้อนุญาตให้ใช้สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 5 เป็นต้นไปเท่านั้น

4. หากนักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 ลงทะเบียนเรียนรายวิชาเหล่านี้ จะถือเป็นรายวิชาเลือกเสรี และไม่สามารถ นำมาใช้กับเงื่อนไขนี้ได้
 
3 Q: ถ้านักศึกษาไม่ได้สอบ TOEIC ในวันที่คณะกำหนด สามารถสอบชดเชยภายหลังได้หรือไม่ ?
A: yyyyyyy
 
     

 

 

 

การโอนรายวิชา

 

1 Q: เงื่อนไขสำหรับการการรับโอนรายวิชา
A: การรับโอนรายวิชา ที่เป็นรายวิชาเดียวกันกับรายวิชาในหลักสูตรหรือสาขาวิชาใหม่ รายวิชานั้นจะต้องมีระดับคะแนนตั้งแต่ D ขึ้นไป ส่วนการเทียบโอนหรือรับโอนรายวิชาต้องได้รับการอนุมัติจากคณะหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้

 

1. รายวิชาเดิมที่นำมาเทียบโอนหรือรับโอนได้ จะต้องมีเนื้อหาวิชาอยู่ในระดับเดียวกัน และมีปริมาณเท่ากันหรือไม่น้อยกว่าสามในสี่ของรายวิชาในหลักสูตรใหม่

2. รายวิชาที่จะนำมาพิจารณาเทียบโอนหรือรับโอน ต้องมีผลการศึกษาตามที่คณะหรือสาขาวิชากำหนด โดยต้องได้ระดับคะแนน 2.00 หรือเทียบเท่าขึ้นไป

3. ให้มีการเทียบโอนหรือรับโอนรายวิชาได้ไม่เกินสามในสี่ของจำนวนหน่วยกิตรวมของหลักสูตรใหม่

 
2 Q: การเทียบโอนและการรับโอนรายวิชาสำหรับผู้ที่เคยศึกษาในมหาวิทยาลัย และผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้อีก ต้องทำอย่างไรบ้าง?
A: ผู้ที่เคยศึกษาในมหาวิทยาลัย และผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้อีก อาจมีสิทธิ์ได้รับการเทียบโอนหรือรับโอนบางรายวิชา โดยนักศึกษาต้องดำเนินการขอเทียบโอนให้แล้วเสร็จภายในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง
 
3 Q: การเทียบโอนและการรับโอนรายวิชาสำหรับนักศึกษาที่รับโอนมาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น ต้องทำอย่างไรบ้าง?
A: นักศึกษาที่รับโอนมาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเทียบโอนบางรายวิชา โดยนักศึกษาต้องดำเนินการขอเทียบโอนให้แล้วเสร็จภายในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา

สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง
 
4 Q: การเทียบโอนและการรับโอนรายวิชาที่นักศึกษาจะต้องรู้เพิ่มเติม มีดังนี้
A: 1. การเทียบโอนหรือรับโอนรายวิชาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นทั้งภายในและต่างประเทศ ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการประจำคณะก่อน

2. รายวิชาที่ได้รับการเทียบโอนหรือรับโอน ให้ได้สัญลักษณ์หรือระดับคะแนนเดิม ให้นับหน่วยกิตรายวิชาดังกล่าวเป็นหน่วยกิตสะสม และนำมาคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

3. นักศึกษาไม่มีสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนรายวิชาที่ได้สัญลักษณ์หรือระดับคะแนนเดิมอีก เว้นแต่เมื่อผลการศึกษารายวิชาที่สัมพันธ์กับรายวิชาที่ได้สัญลักษณ์ หรือระดับคะแนนเดิม ต่ำกว่ามาตรฐานที่คณะหรือสาขาวิชากำหนด ให้ลงทะเบียนเรียนรายวิชาที่ได้สัญลักษณ์หรือระดับคะแนนเดิมนั้นซ้ำอีกได้ และให้นับหน่วยกิตรายวิชาดังกล่าวเป็นหน่วยกิตสะสมได้เพียงครั้งเดียว

 

 

 

การย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา

 

1 Q: การย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา ต้องทำอย่างไร?
A: การย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง อีกทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองและอาจารย์ที่ปรึกษา และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการประจำคณะที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาอนุมัติ
 
2 Q: เงื่อนไขสำหรับการย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา
A: นักศึกษาที่ขอย้ายคณะหรือประเภทวิชา หรือสาขาวิชา ต้องได้ศึกษาอยู่ในคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชาเดิม ไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา ทั้งนี้ไม่นับรวมภาคการศึกษาที่ลาพักหรือถูกให้พัก และการกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์การให้นักศึกษาย้ายเข้าศึกษา ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการประจำคณะ
 
3 Q: นักศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้ย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชาต้องทำอย่างไรบ้าง?
A: นักศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้ย้ายคณะหรือประเภทวิชา หรือสาขาวิชา อาจมีสิทธิ์ได้รับการเทียบโอน หรือรับโอนบางรายวิชา รายวิชาที่ได้รับการเทียบโอนหรือรับโอน ให้ได้สัญลักษณ์หรือระดับคะแนนเดิม และให้นับหน่วยกิตรายวิชาดังกล่าวเป็นหน่วยกิตสะสม และนำมาคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

โดยนักศึกษาต้องดำเนินการขอเทียบโอนให้แล้วเสร็จภายในภาคการศึกษาแรกที่ได้รับอนุมัติให้ย้ายคณะหรือประเภทวิชาหรือสาขาวิชา สำหรับนักศึกษาไทยสามารถติดต่อรับได้ที่งานทะเบียนกลาง หากเป็นนักศึกษาต่างชาติให้ติดต่อรับแบบฟอร์มได้ที่ศูนย์กิจการนานาชาติ IAC และนักศึกษาต้องยื่นคำร้องที่งานทะเบียนกลาง

 

 

 

การโอนย้ายจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น

 

1 Q: นักศึกษาสามารถทำเรื่องขอโอนย้ายจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นได้อย่างไร?
A: การสมัครขอโอนย้าย ให้ยื่นคำร้องถึงมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 2 เดือนก่อนกำหนดวันลงทะเบียนเรียนของภาคการศึกษาที่จะโอนเข้าศึกษา พร้อมทั้งติดต่อสถาบันเดิมให้จัดส่งใบแสดงผลการศึกษา และคำอธิบายรายวิชาของหลักสูตรเดิมมายังมหาวิทยาลัยโดยตรงด้วย

 

 

 

การถอนรายวิชา

 

1 Q: นักศึกษาสามารถถอนรายวิชาโดยไม่บันทึก W ในใบแสดงผลการศึกษาได้ถึงช่วงไหน?
A: การถอนรายวิชาภายใน 2 สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา รายวิชานั้นจะไม่ปรากฏในใบแสดงผลการศึกษา
 
2 Q: นักศึกษาสามารถถอนรายวิชาโดยบันทึก W ในใบแสดงผลการศึกษาได้ถึงช่วงไหน?
A: ถ้าถอนเมื่อพ้นกำหนด 2 สัปดาห์แรก แต่ยังอยู่ภายใน 9 สัปดาห์ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่านอาจารย์ผู้สอน และรายวิชานั้นจะปรากฏในใบแสดงผลการศึกษา โดยจะได้สัญลักษณ์ W
 
3 Q: เมื่อพ้นกำหนดการถอนรายวิชาโดยได้สัญลักษณ์ W แล้ว นักศึกษาจะถอนการลงทะเบียนได้หรือไม่?
A: เมื่อพ้นกำหนดการถอนรายวิชาโดยได้สัญลักษณ์ W แล้ว นักศึกษาจะถอนการลงทะเบียนเฉพาะรายวิชาไม่ได้ ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็น.

 

 
   
   
 

Copyright © 2013, Faculty of Hospitality and Tourism (PSU, Phuket Campus). All rights reserved